.
.
เปิดประเด็นแชทผ่านเอ็ม
.
.
เห็นว่าช่วงนี้มีข่าวเด็กถูกล่อลวงจากคนที่คุยกันทางเอ็มเยอะขึ้น
ก็เลยทำให้สงสัยว่า อะไรเป็นเหตุจูงใจให้คนเหล่านั้น เชื่อคนที่ไม่เคยพบมาก่อน จากการคุยกันผ่านเอ็มเท่านั้น
เพราะคิดว่าการที่เราจะรู้จักใครสักคน
แค่คุยผ่านเอ็ม มันไม่ได้รับประกันได้ว่าเรารู้จักตัวตนของคนๆ นั้นจริงๆ นี่นา
ดูแค่เพื่อนของเราสิ ขนาดเห็นหน้ากันทุกวัน รู้จักกันมาตั้งกี่ปี ยังมีบางมุมที่เราไม่รู้จักเค้าเลย แล้วนับประสาอะไรกับคนที่คุยกันทางเนตล่ะ
.
.
เห็นข่าวแต่ล่ะครั้ง ก็สลดใจทุกครั้งเลย
ส่วนใหญ่จะนัดเจอกันแบบตัวต่อตัว
ก็เลยสงสัยอีกว่าทำไมช่างกล้าไปคนเดียวจัง
ควรจะมีคนไปเป็นเพื่อน น่าจะดีกว่า ช่วยกันดู มีทีท่าไม่น่าไว้ใจจะได้หาทางหนีทีไล่ได้ทัน
แล้วก็ไม่เข้าใจเลย ทำไมหลงคารมคนได้ง่ายดายนัก เค้าบอกอะไรก็เชื่อ ให้ไปไหนก็ไป เป็นไปได้ขนาดนั้นเลยอ่ะ
.
.
เราเองก็เป็นคนนึงที่ชอบแชท
แต่ไม่เคยเชื่ออะไรกับตัวอักษรที่คุยกันผ่านจอคอมเลยนะ
คุยกันเล่นๆ น่ะได้
แต่จะให้มาคิดอะไรจริงจัง มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก
คนที่คุยด้วย ก็จะคุยกันเวลาที่ออนเจอกันเท่านั้น
เวลาได้แชทก็เหมือนเจอเพื่อนที่มีเรื่องคุยอะไรเพลินๆ มากกว่า
แต่บางคนก็คงไม่เหมือนเราสินะ
.
.
สงสัยจังว่าทำไมแค่คุยกันทางเนต แต่คิดกันไปไกลเหลือเกิน
แล้วก็เลยงงว่า คิดกันไปได้ขนาดนั้นเลยนะ
บางคนอาจบอกว่า เราเจอกับแฟนทางเนตแหละ
แต่... ไม่ใช่ทุกคนที่จะเจอคนดีจริง
แล้วทำไมต้องหาแฟนจากวิธีการนี้ด้วย
ก็เลยเกิดสงสัยอีกว่า มีคนเชื่อด้วยเหรอว่าความรักจะเกิดจากคนแปลกหน้าที่รู้จักกัน คุยกันทางเนตเท่านั้น
ยังไงเราก็คงไม่เชื่ออ่ะ
เพราะความสัมพันธ์ของคนสองคนไม่ได้ดำเนินไปแค่การคุยกันผ่านการพิมพ์ตัวอักษรทางหน้าจอคอมนี่นา
มันต้องมีอะไรอีกมากมายกว่าที่คนเราจะตัดสินใจคบกันได้
.
.
เฮ้อ.... ก็ไม่รู้สินะว่าคนอื่นจะคิดกันยังไง
แค่เป็นห่วงว่าต่อไปจะมีอาชญากรรมที่มีสาเหตุจากการแชทอีกรึเปล่าน่ะ น่าห่วงจริงๆ